Hello everyone All are welcome here.

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 11
วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เนื้อหาที่เรียน
        นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ (งานกลุ่ม)
กลุ่มที่ 1 นาฬิกาธรรมชาติ


กลุ่มที่ 2 ลวดเต้นระบำ

กลุ่มที่ 3 วงโคจรของโลก

กลุ่มที่ 4 twin plane

กลุ่มที่ 5 ระบบสุริยจักรวาล

กลุ่มที่ 6 ผีเสื้อเริงระบำ

กลุ่มที่ 7 ลานหรรษา

กลุ่มที่ 8 ไข่มหัศจรรย์

กลุ่มที่ 9 ภาพใต้น้ำ


การประดิษฐ์ของเล่น ภาพใต้น้ำ
อุปกรณ์
1. ถังน้ำ 5 ลิตร 2 ใบ
2. พลาสติกใสหรือถุงใส 1 เมตร
3. เชือก 2 เส้น
4. ภาพที่นำมาสำหรับการสังเกต
ขั้นตอนการทำ
1. ตัดส่วนบนของถังทั้ง 2 ใบ

2. ตัดช่องสี่เหลี่ยมด้านข้าวของถัง (ช่องใส่ภาพ) ของถังทั้ง 2 ใบ

3. นำพลาสติกใสหรือถุงใสมาหุ้มไว้ด้านบนถัง โดยให้พลาสติกใสหรือถุงใสโค้งลงภายในถังเล็กน้อยเพื่อใส่น้ำ และนำเชือกมามัด เสร็จสมบูรณ์




วิธีการเล่น
        นำน้ำใส่บนถังเพียงถังเดียวอีกถังไม่ต้องใส่น้ำ นำภาพที่เตรียมไว้ใส่เข้าไปข้างในถังและสังเกต/เปรียบเทียบความแตกต่างของภาพที่เห็นค่ะ
หลักวิทยาศาสตร์
การหักเหของแสง
        การมองวัตถุที่อยู่ในน้ำ โดยผู้มองอยู่ในอากาศ แสงจากวัตถุเคลื่อนที่ผ่านน้ำ หักเหสู่อากาศ แล้วเข้าสู่นัยน์ตา เมื่อต่อแนวรังสีหักเหไปตัดกันที่จุดหนึ่ง จุดนี้เป็นตำแหน่งภาพที่ตาเรามองเห็น ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เรามองเห็นภาพวัตถุอยู่ตื้นกว่าวัตถุจริง
        การหักเหของแสง เป็นสมบัติอย่างหนึ่งของแสง โดยปกติแสงจะเดินทางเป็นเส้นตรง เมื่อเดินทางผ่านวัตถุโปร่งใสชนิดเดียวกัน แต่บางครั้งการเดินทางของแสงผ่านวัตถุ 2 ชนิด เช่น แสงเดินทางผ่านอากาศแล้วผ่านไปในน้ำ การเดินทางของแสงในวัตถุทั้งสองจะเป็นเส้นตรง แต่ไม่อยู่ในแนวเดียวกัน นั่นคือแสงจะเกิดการหักเหไปจากแนวเดิม ตรงรอยต่อระหว่างผิวของวัตถุทั้ง 2 ชนิดนั้น เราเรียกว่า การหักเหของแสง

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์โดยใช้แนวคิด STEM
หลักการจัดประสบการณ์
1.หลักการเลือกหัวเรื่อง
1. เรื่องที่ใกล้ตัวเด็ก เด็กมีความสนใจ และเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน
2. เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อตัวเด็ก
2.นำหัวเรื่องมาแตกองค์ความรู้ (อย่างน้อย 5 หัวข้อ)
1. ประเภท/สายพันธุ์
2. ลักษณะ เช่น รูปร่าง ขนาด สี รสชาติ กลิ่น ส่วนประกอบ
3. การดูแลรักษา/การดำรงชีวิต/การเจริญเติบโต
4. การถนอมอาหาร/การแปรูป
5. ประโยชน์ (ต่อตนเอง/เชิงพาณิชย์)
6. ข้อควรระวัง/โทษ
3.เครื่องมือในการเรียนรู้มี 2 อย่างคือ
1. คณิตศาสตร์
2. ภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
4.เรื่องจะต้องสัมพันธ์กับกรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์เด็กปฐมวัย มี 8 สาระ ดังนี้
สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่
สาระที่ 5 พลังงาน
สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
5.วิธีการทางวิทยาศาสตร์
1. การตั้งขอบข่ายปัญหา
2. ตั้งสมมติฐาน
3. การทดลอง โดยใช้การสังเกตเพื่อรวบรวมข้อมูล
4. วิเคราะห์ สรุปผล
6.ต้องคำนึงถึงเจตคติของนักวิทยาศาสตร์
1. ชอบสังเกต อยากรู้อยากเห็น
2. มีความเพียรพยายาม
3. รอบคอบ มีระเบียบ
4. มีความซื่อสัตย์
5. มีเหตุผล
6. ใจกว้าง








การนำไปประยุกต์ใช้
        ในกิจกรรมวันนี้ทำให้เข้าใจวิธการเขียน Mind map มากยิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้ได้จริง ส่วนของเล่นที่ประดิษฐ์ เป็นการประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้และที่สำคัญของเล่นทุกชิ้นวันนี้มีความน่าสนใจ ทำให้เราได้เห็นของเล่นที่แตกต่างกันออกไปจากของกลุ่มเรา

การประเมิน
ประเมินตนเอง 
        วันนี้ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงานกลุ่ม ช่วยกันคิดเรื่องหรือหน่วยที่จะทำและตั้งใจฟังกลุ่มอื่นนำเสนองาน
ประเมินเพื่อน 
        วันนี้เพื่อนๆช่วยกันตอบคำถาม ช่วยกันทำงานกลุ่ม ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอทั้งกลุ่มของตนเอง และกลุ่มของคนอื่น
ประเมินผู้สอน 

        อาจารย์สอนละเอียดและเข้าใจง่าย บอกเทคนิคการทำ Mind map ว่าควรเขียนอย่างไรให้ดูเข้าใจได้ง่ายและสวยงาม บอกรายละเอียดที่แต่ละกลุ่มทำไม่ละเอียด

บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 10
วันอังคาร ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เนื้อหาที่เรียน
        วันนี้เพื่อนๆ นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ (งานกลุ่ม) เป็นเครื่องกรองน้ำค่ะ



         และกิจกรรมวันนี้ครูให้เขียนขั้นตอนการประดิษฐ์ของเล่นตุ๊กตาถ่วงสมดุล โดยเขียนเป็นลำดับขั้น และการเขียนข้อความต้องเขียนให้กระชับ เข้าใจง่าย จากนั้นเมื่อเขียนเสร็จให้เอาไปติดที่กระดาน โดย 1 แถวให้ติด 3 แผ่นเท่านั้น





1.      การเขียนผังกราฟิก เพื่อให้เขียนกระชับ และเข้าใจง่าย
2.      ผังกราฟิก เป็นเครื่องมือในการนำเสนอ เป็นตัว T = Technology (STEM) ข้างในเป็นข้อมูลที่เป็นลำดับขั้น คือ การวางแผน เป็นตัว E = Engineering (STEM) และการเขียนเป็นลำดับ เป็น M = Mathematics (STEM)

        จากนั้นให้จับกลุ่ม 8 คน (มี 4 กลุ่ม) เพื่อทำกิจกรรม ขั้นตอนคือ เลือกของเล่น 1 ชิ้น เพื่อจะนำมาสอนเด็ก
สมาชิกกลุ่มค่ะ


        ครูยกตัวอย่างเช่น ของเล่นคานดีด แล้วตั้งคำถามกับเด็กว่า ถ้าครูเอาปอมๆไปวางไว้ตรงนั้น แล้วครูกดตรงนี้ เด็กๆคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น (เด็กได้สังเกต) จากนั้นหาว่า คานดีดของใครดีกว่า (ให้เด็กแข่งกัน) โดยจะมีเครื่องมือวัด เช่น นิ้ว, ฝ่ามือ เมื่อแข่งขันเสร็จแล้ว ให้เขียนเป็นผังกราฟิก โดยให้เขียนคนที่ดีดไปได้ไกลที่สุดแล้วเขียนเหตุผลว่าทำยังไงถึงไปได้ไกล โดยไล่ลำดับ 1 2 3 4 ลงมาเรื่อยๆ เป็นต้น
        โดยกลุ่มของเรา จะทำของเล่น ชื่อว่า พลังปริศนา โดย มีขั้นตอน ดังนี้
1.ร้องเพลงสงบเด็ก
2.เตรียมอุปกรณ์วางให้เด็กดูหน้าห้องเรียน แล้วถามเด็กว่า เด็กๆคิดว่าวันนี้เราจะมาทำอะไรกัน
3.แนะนำอุปกรณ์โดยใช้คำถามว่า เด็กๆรู้จักอุปกรณ์ชิ้นไหนบ้างที่อยู่ตรงนี้ แล้วสามารถนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปทำอะไรได้บ้าง ถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนที่เด็กไม่รู้จัก วิธีคือให้ครูบอกชื่ออุปกรณ์ที่เด็กไม่รู้จัก (ยกขึ้นมาให้เด็กดู) แล้วให้เด็กพูดชื่ออุปกรณ์นั้นตามครู
4.แนะนำอุปกรณ์
        1.แผ่นซีดี 1 แผ่น
        2.ฝาขวดน้ำ 1 ฝา
        3.หน่วยวัด 1 คืบ (ใช้คืบในการวัด) 
        4.สายยาง 1 เมตร
5.เปิดคลิปวิดีโอ
6.สาธิตการประดิษฐ์ พลังปริศนา โดยพูดกับเด็กว่า วันนี้ครูมีกิจกรรมมาให้เด็กๆทำด้วย โดยครูจะทำให้ดูก่อนหนึ่งรอบ แล้วเด็กคนไหนนั่งเรียบร้อยที่สุด จะได้ออกมาช่วยครู เป็นการทำให้เด็กมีส่วนร่วมในการวัดความยาวของสายยาง
7.ขั้นตอนการทำ
       1.ใช้กรรไกรหรือคัตเตอร์เจาะรูที่ฝาขวดให้มีขนาดพอดีกับสายยางที่เตรียมไว้
       2.นำสายยางใส่เข้าไปในรูฝาขวด
       3.ติดกาวบริเวณที่เจาะรูทั้งด้านนอกและด้านในของฝาขวด ทิ้งไว้ให้กาวแห้ง
       4.เมื่อกาวแห้งแล้ว นำฝาขวดติดกับแผ่นซีดี
8.ใช้คำถามว่า "วิธีการที่ทำให้แผ่นซีดีลอย ทำได้อย่างไรบ้าง" จากนั้นถามว่า "ถ้าเป่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น" แล้วชวนเด็กไปทดลอง
9.ให้เด็กแข่งขัน โดยครูกำหนดบริเวณ(พื้นที่การแข่งขัน) โดยเป่าซีดีได้เพียงหนึ่งครั้ง ถ้าของคนไหนไปได้ไกลกว่าเป็นผู้ชนะโดยมีเครื่องมือในการวัด คือ คืบ (รูปมือขนาด 1คืบ) ถามเด็กว่า ทำไมของ (เด็กที่ชนะ) ถึงไปได้ไกลกว่าเพื่อน จากนั้นบันทึกลงผังกราฟิก เหตุผลที่ไกล-ใกล้กว่า จะทำให้เด็กได้สังเกต - เกิดการเปรียบเทียบ - ได้ข้อมูล - นำมาพิจารณาเลือก/ตัดสินใจ
10.สรุปผลการทดลอง ถามเด็กว่า เด็กๆคิดว่าแผ่นซีดีลอยได้เพราะอะไร

ภาพการนำเสนอ
กลุ่มที่ 1 ลูกข่างมหัศจรรย์

กลุ่มที่ 2 แผ่นซีดีลอยได้

กลุ่มที่ 3 รถหลอดด้าย

กลุ่มที่ 4 ปืนลม


การนำไปประยุกต์ใช้
        ในกิจกรรมวันนี้สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยของเล่นที่ประดิษฐ์ เป็นการประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ และเด็กสามารถทำได้เอง อีกทั้งเด็กยังได้เล่น เพราะการเล่นเป็นวิธีการเรียนรู้ของเด็ก การหาอุปกรณ์ก็ง่ายไม่ต้องใช้เงินมาก

การประเมิน
ประเมินตนเอง
        วันนี้ตั้งใจเรียน และตั้งใจฟังกลุ่มอื่นนำเสนอแล้วนำมาปรับปรุงของกลุ่มตนเองเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ประเมินเพื่อน
        วันนี้เพื่อนๆช่วยกันตอบคำถาม ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอ ทั้งกลุ่มของตนเอง และกลุ่มของคนอื่น เพื่อจะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขงานต้อไป
ประเมินผู้สอน

        วันนี้มีกิจกรรมให้ทำซึ่งก็ยากพอสมควร แต่ครูบอกข้อดีและข้อเสียของกิจกรรม คอยแนะนำ ว่าควรปรับปรุงอย่างไรตรงไหน เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำเนื้อหาเหล่านี้ไปสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 9
วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เนื้อหาที่เรียน
กิจกรรมเสริมประสบการณ์ > กิจกรรมอาหารดีมีคุณค่า




สำคัญ
4 ฐานที่ต้องเตรียม และแบ่งเด็กออกตามฐาน
ฐานที่ 1 วาดรูปวัตถุดิบและอุปกรณ์
ฐานที่ 2 เตรียมอุปกรณ์และหั่นวัตถุดิบ
ฐานที่ 3 ผสมวัตถุดิบและปรุงรส
ฐานที่ 4 ครูทำทาโกะยากิให้เด็กดูที่หน้าห้อง *ครูสอนหน้าห้องก่อน1รอบแล้วค่อยให้เด็กไปตามฐาน
เพลงสงบเด็ก
1.   เพลงมากินข้าวซิ
2.   เพลงอาหารดีมีประโยชน์

3.   เพลงจิ้งจก
4.   เพลงมือน้อยของฉัน

การดำเนินกิจกรรม
ขั้นนำ
- ร้องเพลงสงบเด็ก (ร้องเพลงอาหารดีมีคุณค่า) 
1.ครูต้องร้องให้เด็กฟังก่อน 
2.ให้เด็กร้องตาม 
3.ครูและเด็กร้องพร้อมกัน  
- ใช้คำถามถามเด็กว่า ในเพลงนี้มีอาหารดีที่มีประโยชน์อะไรบ้าง แล้วนอกเหนือจากเพลงเด็กๆรู้จักาหารดีที่มีประโยชน์อะไรอีกบ้าง

ขั้นสอน
- บอกเด็กว่าวันนี้เด็กๆคิดว่าเราจะมาทำอะไรกันค่ะ 
- ครูก็บอกกับเด็กว่าวันนี้จะทำอะไร เช่น วันนี้เราจะมาทำ cooking  กัน เมนูวันนี้คือ ทาโกะยากิไข่ข้าว 
4 ฐานที่ต้องเตรียม และแบ่งเด็กออกตามฐาน
        ฐานที่ วาดรูปวัตถุดิบและอุปกรณ์
        ฐานที่ เตรียมอุปกรณ์และหั่นวัตถุดิบ
        ฐานที่ ผสมวัตถุดิบและปรุงรส
        ฐานที่ ครูและเด็กช่วยกันทำทาโกะยากิ
แนะนำอุปกรณ์ทุกอย่าง เช่น ปูอัด ไข่ ข้าว แครอท หอมหัว มะเขือ เครื่องปรุง มาร์การิน







ครูสอนหน้าห้องก่อน1รอบ โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้วย เช่นเลือกเด็กเรียบร้อยออกไปช่วยคุณครูหั่นปูอัด เป็นต้น แล้วค่อยให้เด็กแต่ละกลุ่มไปตามฐาน ดังนี้

ครูสอนทำทาโกะยากิ หน้าห้องก่อน1รอบแล้วค่อยให้เด็กไปตามฐาน 

ให้เด็กได้ออกมามีส่วนร่วมในการทำด้วย

ฐานที่ วาดรูปวัตถุดิบและอุปกรณ์





 ฐานที่ เตรียมอุปกรณ์และหั่นวัตถุดิบ



  ฐานที่ ผสมวัตถุดิบและปรุงรส


  ฐานที่ ครูและเด็กช่วยกันทำทาโกะยากิ



ของกลุ่มพวกเราเอง น่าทานมากๆ

เทคนิคต่างๆที่สำคัญในการทำกิจกรรม
*ครูหั่นให้ดูและให้เด็กมาช่วยทำ
*สาธิตการทำที่หน้าห้องก่อนแล้วแบ่งไปทำตามฐาน
*ทุกขั้นตอนต้องถามเด็กและต้องสามารถบูรณาการได้หลากหลาย
*ห้ามใช้ผงชูรสในการทำอาหารกับเด็ก
*เวลาใส่ส่วนผสมต้องพูดจำนวนด้วย เช่น ใส่มะเขือเทศ2ช้อนชา บอกสัดส่วนให้ชัดเจน
*เข้าวนไปทุกฐาน และต้องได้ทำทุกคนและกำหนดเวลาแต่ละฐาน
*ตอนทำให้สังเกตการเปลี่ยนแปลง ถ้ามันสุกจะเป็นอย่างไรให้ถามเด็ก
*บูรณาการวิทยาศาสตร์ เช่น การเปลี่ยนแปลง ไข่  คณิตศาสตร์เช่นจำนวน รูปทรง
*ก่อนจะสรุปกิจกรรมถ้าเด็กคุยกันคุณครูก็ร้องเพลงสงบเด็กก่อน

ขั้นสรุป
- ถามเด็กว่าวันนี้ทำอะไร มีอุปกรณ์อะไรบ้าง 
- ทบทวนเพลงที่ร้องในกิจกรรม (เพลงอาหารดีมีคุณค่า) 




การประยุกต์ใช้
         นำมาใช้ได้กับการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กและใช้กับเด็กจริงๆ นำเมนูที่ได้วันนี้มาทำเพื่อรับประทานกับครอบครัวได้ด้วย ส่วนวันนี้พี่ๆร้องเพลงสงบเด็กให้ฟังซึ่งเป็นประโยชน์มากๆ ทำให้เรามีเพลงในความจำของเราเพื่อนำไปใช้จริงๆ        
ประเมิน          
ประเมินตนเอง
  วันนี้พี่ปี5 มาสอนทำทาโกะยากิ ตั้งใจเรียนเหมือนเดิม พยายามตอบคำถามเพื่อให้ตัวเองเข้าใจมากขึ้น เรียนมีความสุขมากค่ะ ชอบกิจกรรมหรือชอบอาหารที่พี่นำมาให้ดูและให้ทำในวันนี้
ประเมินเพื่อน
  เพื่อนตั้งใจเรียน สนุกสนานเวลาทำกิจกรรม เพื่อนๆมีความสุขกับการทำอาหารวันนี้มาก 

อาจารย์ผู้สอน
  พี่ปี5 ตั้งใจสอนดีค่ะ ช่วยงานกันดี อาจารย์ก็คอยอธิบายเพิ่มเติมให้นักศึกษา อธิบายต่อยอดให้ในทุกๆสิ่งที่สามารถนำมาเป็นความรู้ให้นักศึกษาได้เป็นอย่างดีค่ะ ยิ้มแย้มแจ่มใส 

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 8
วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559


สอบกลางภาค